สงขลาโฟกัส
สงขลาโฟกัส

สำนักข่าวออนไลน์ หาดใหญ่ • สงขลา • ภาคใต้

“โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด คนอยู่ดี” ม.ทักษิณผนึกพลังชุมชน เดินหน้าอนุรักษ์โลมาอิรวดี

กองบรรณาธิการสงขลาโฟกัส2 ต.ค. 2569 เวลา 15:35 น.อ่านประมาณ 6 นาที528 ครั้ง
แชร์:
“โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด คนอยู่ดี” ม.ทักษิณผนึกพลังชุมชน เดินหน้าอนุรักษ์โลมาอิรวดี
ขนาดตัวอักษร:

ม.ทักษิณ ผนึกพลังภาคีสงขลา พัทลุง เร่งอนุรักษ์โลมาอิรวดี เชื่อมวิถีชุมชนประมง สร้างอาชีพทางเลือก เสริมความเท่าเทียมทางเพศ

“โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด คนอยู่ดี” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดของนิทรรศการในงาน “Irrawaddy Dolphin and Community” แต่คือโจทย์ใหญ่ของการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา เมื่อมหาวิทยาลัยทักษิณชวนชุมชนประมงรอบทะเลสาบมาร่วมออกแบบอาชีพทางเลือก สร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม และลดแรงกดดันต่อทรัพยากรที่เป็นฐานชีวิตของชุมชน

มหาวิทยาลัยทักษิณผนึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ธนาคารโลก กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลา ขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีผ่านการสร้างอาชีพทางเลือก การฟื้นฟูทรัพยากร และการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิง ผู้ชาย และเยาวชน ได้มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ผ่านกิจกรรม “Irrawaddy Dolphin and Community” เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ สถาบันส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดพัทลุง ภายใต้โครงการเสริมสร้างอาชีพทางเลือกของชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะ เพื่อเกื้อหนุนต่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมเครือข่ายชุมชนประมง 60 ชุมชน แบ่งเป็นจังหวัดสงขลา 32 ชุมชน และพัทลุง 28 ชุมชน

ข้อมูลการสำรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปี 2569 ระบุว่า สามารถจำแนกอัตลักษณ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาได้ประมาณ 10 ตัว และประเมินว่าประชากรอาจเหลือราว 10–14 ตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ การสูญเสียแหล่งอาศัย เครื่องมือประมง และกิจกรรมของมนุษย์ สถานการณ์ของโลมาจึงเป็นมากกว่าการลดลงของสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงทางอาหาร รายได้ และวิถีชีวิตของชุมชนรอบทะเลสาบ

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องนำงานวิจัยและองค์ความรู้เข้าไปเชื่อมกับปัญหาจริง รับฟังเสียงของพื้นที่ และทำงานร่วมกับชุมชน เพราะการอนุรักษ์โลมาไม่ใช่เพียงเรื่องของสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความเป็นธรรมของผู้คนที่อยู่ร่วมกับทะเลสาบ

แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนจากการมอง “โลมา” “คน” และ “ทะเลสาบ” เป็นปัญหาแยกส่วน ไปสู่การมองความสัมพันธ์ของทั้งระบบ เพราะวิถีของชุมชนประมงผูกพันกับความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบมาอย่างยาวนาน เมื่อทรัพยากรสัตว์น้ำลดลง ย่อมส่งผลต่อรายได้ ความมั่นคงของครัวเรือน และรูปแบบการดำรงชีวิต ขณะที่แรงกดดันทางเศรษฐกิจก็อาจย้อนกลับไปเพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างอาชีพทางเลือกจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายได้ แต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนมีทางเลือกในการดำรงชีวิต ควบคู่กับการลดแรงกดดันต่อทรัพยากรและการอนุรักษ์ทะเลสาบ รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ กล่าว

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และหัวหน้าโครงการวิจัย ระบุว่า โครงการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมาสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะ ผ่านกลไกคณะกรรมการดำเนินงานระดับชุมชน หรือ Community Implementing Committees (CIC) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การสะท้อนปัญหา กำหนดความต้องการ ไปจนถึงการร่วมออกแบบและขับเคลื่อนกิจกรรมเสริมสร้างแผนการอนุรักษ์และอาชีพทางเลือกให้กับชุมชน

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายชวนนท์ กัลยา นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมให้ข้อมูลเรื่อง “สถานการณ์ประชากรโลมาอิรวดี ปัจจัยคุกคาม และแนวทางการคุ้มครองในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางการอนุรักษ์โลมาอิรวดีแก่ผู้เข้าร่วมงาน

เสียงของชุมชนยังถูกนำมาเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบงาน ผ่านเวที “เสียงจากชุมชน: ความคาดหวัง การยกระดับคุณภาพชีวิต และสถานการณ์ความเท่าเทียมทางเพศภาวะเพื่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน” โดยมีตัวแทนคณะกรรมการดำเนินงานระดับชุมชน หรือ CIC จากพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลา ทั้งจากจังหวัดพัทลุงและสงขลาร่วมสะท้อนมุมมองต่ออาชีพ คุณภาพชีวิต และการจัดการทรัพยากร เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงและผู้ชายมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของทะเลสาบร่วมกัน

ในงานยังนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยและชุมชน เพื่อเป็นแนวทางในการเสริมสร้างอาชีพทางเลือกที่จะพัฒนาตามศักยภาพและบริบทของแต่ละชุมชน ตั้งแต่การเลี้ยงปลาในระบบหมุนเวียนน้ำ การเลี้ยงไก่ไข่ การสานกระเป๋าจากเส้นยางพารา ข้าวนาริมเล ปลาดุกร้า การนำเครื่องมือประมงเก่ามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ การปลูกผักไร้ดิน ไปจนถึงการเลี้ยงชันโรง เพื่อกระจายแหล่งรายได้ ลดการพึ่งพาทรัพยากรประมงเพียงด้านเดียว และต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่เครือข่ายตลาด

อีกมิติหนึ่งคือการสร้างความตระหนักในกลุ่มเด็กและเยาวชน หลากหลายกิจกรรมเชิงการสร้างความรู้และการอนุรักษ์ อาทิ “Songkhla Lagoon Gyotaku” ได้นำศิลปะภาพพิมพ์ปลาแบบญี่ปุ่นมาเป็นกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน เชื่อมเรื่องชนิดพันธุ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และโลมาอิรวดี และการนำเศษวัสดุเหลือใช้ ได้แก่ ผ้า และอุปกรณ์ประมงเก่ามาสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อโลมาเข้ามาอยู่ในความทรงจำและจินตนาการของคนรุ่นใหม่ จนนำไปสู่ความรู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกัน

จากการอนุรักษ์โลมา สู่การสร้างอาชีพ จากเสียงของชุมชน สู่พื้นที่การมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม แนวทางดังกล่าวกำลังเชื่อม “คน–โลมา–ทะเลสาบ” เข้าด้วยกัน เพื่อให้การอนุรักษ์ไม่ใช่ภารกิจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการสร้างอนาคตร่วมกันที่ “โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด และคนอยู่ดี”

......................................................

ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ

แชร์:

ข่าวที่เกี่ยวข้องในหมวด ประชาสัมพันธ์

ดูทั้งหมด →
ขอแสดงความยินดีกับหอการค้าจังหวัดสงขลาประธาน “ทรงพล จังศิริวัฒนธำรง”ประชาสัมพันธ์

ขอแสดงความยินดีกับหอการค้าจังหวัดสงขลาประธาน “ทรงพล จังศิริวัฒนธำรง”

28 ต.ค. 2569433
หาดทิพย์ 57 ปี เติมสุขให้น้อง ปรับโฉมโรงอาหารบ้านเก่าร้างประชาสัมพันธ์

หาดทิพย์ 57 ปี เติมสุขให้น้อง ปรับโฉมโรงอาหารบ้านเก่าร้าง

22 ต.ค. 2569131
ดันไซกรุ๊ปจับมือ สสจ.สงขลา ขับเคลื่อน SAN–SAN PLUS ยกระดับความปลอดภัยอาหาร หนุนท่องเที่ยวสงขลาประชาสัมพันธ์

ดันไซกรุ๊ปจับมือ สสจ.สงขลา ขับเคลื่อน SAN–SAN PLUS ยกระดับความปลอดภัยอาหาร หนุนท่องเที่ยวสงขลา

19 ต.ค. 2569652
ฐานสนับสนุนฯ สงขลา ปตท.สผ. จัดกิจกรรมจิตอาสาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติประชาสัมพันธ์

ฐานสนับสนุนฯ สงขลา ปตท.สผ. จัดกิจกรรมจิตอาสาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

19 ต.ค. 2569294